คำถาม
ปี 2006 มี คนเข้า 290,000 UIP ปี 2007 มีคนเข้า 360,000 UIP จงคิดอัตราการเจริญเติบโต UIP จาก ปี 2006 มาถึง 2007 เป็นกี่เปอร์เซ็น %
credit Korpong Boonyakarn
คำตอบ
[(360000 หาร 290000) คูณ 100] ลบ 100 = 24.14%
ปี 2006 มี คนเข้า 290,000 UIP ปี 2007 มีคนเข้า 360,000 UIP จงคิดอัตราการเจริญเติบโต UIP จาก ปี 2006 มาถึง 2007 เป็นกี่เปอร์เซ็น %
credit Korpong Boonyakarn
[(360000 หาร 290000) คูณ 100] ลบ 100 = 24.14%
บทวิเคราะห์ วิกฤตการณ์การส่งออกและนำเข้าสินค้าและผลต่อศก.ไทย โดยสศค. หลัง GDP ไตรมาส 4 ปี′51 ติดลบ 4.3% ขณะที่ส่งออกม.ค.′52หดตัว-26.5% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ สิ่งที่ควรจับตาดูในระยะอันใกล้คืออะไร? ศก.ไทยจะฟื้นตัวไตรมาสไหน ? คลิ๊กอ่านโดยพลัน…
link : หนังสือพิมพ์ประชาชาติ ธุรกิจ
download file : briefing_ex-im_thai
copyright @ นายก่อพงษ์ บุญยการ
ตำแหน่ง เศรษฐกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
มเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ / Purchasing power parity (PPP)
ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ หรือ Purchasing power parity (PPP) คือ ทฤษฎีที่ระบุว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกลุเงินของทั้งสองประเทศนั้นจะต้องสมดุลกัน และทำให้อำนาจซื้อของทั้ง 2 ประเทศมีความเท่าเทียมกัน เช่น ประเทศหนึ่งระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าอีกประเทศหนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศนั้นก็จะต้องอ่อนค่าลง เพื่อให้อำนาจซื้อของทั้งสองประเทศเท่าเทียมกัน
พื้นฐานของความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ คือ กฎของสินค้าราคาเดียว(Law of one price) ซึ่งหมายความว่า ในตลาดที่มีการแข่งขัน ราคาสินค้าซึ่งหักค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการค้าระหว่างประเทศ ย่อมเท่ากันทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบเทียบโดยใช้สกุลเงินเดียวกัน